หนึ่งในรายงานที่น่าสนใจจาก www.financefeeds.com กล่าวว่าปัจจุบันมีโบรกเกอร์ MT4 FX มากกว่า 1200+ โบรกเกอร์ทั่วโลก ดีไซน์เนอร์, นักการตลาดผู้เชี่ยวชาญ, นักเขียน และผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดจำนวนหลายพันคน ต่างพยายามทุกวันเพื่อดึงความสนใจของเทรดเดอร์รายย่อยมาสู่แบรนด์ของตน


โบรกเกอร์ FX ส่วนใหญ่ยังพยายามที่จะทำการตลาดให้กับโปรแกรมไอบี และหุ้นส่วนทุกรูปแบบโดยหวังว่าจะพัฒนาธุรกิจของตนโดยดึงเทรดเดอร์อิสระเข้ามาร่วมในเครือข่ายการตลาดให้มากขึ้น และสนับสนุนให้พวกเขาช่วยกันประชาสัมพันธ์แบรนด์ของโบรกเกอร์


สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นทำการตลาดในอุตสาหกรรมฟอเร็กซ์ ทางเลือกต่างๆที่โบรกเกอร์นำเสนออาจดูมีมากมายจนทำให้น่าสับสน คำแนะนำทั่วไปในบทความนี้อาจช่วยเหลือคุณได้

1. คุณคือหน้าตาของโบรกเกอร์

เมื่อคุณทำการตลาดให้กับโบรกเกอร์ คุณจะต้องพบปะกับลูกค้าบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะทางช่องทางออนไลน์หรือออฟไลน์ และคุณจะต้องให้ข้อมูลและตอบคำถามต่างๆเสมือนคุณคือตัวแทนของโบรกเกอร์ มันจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นมากๆ ที่คุณควรจะเลือกโปรโมทโบรกเกอร์ที่มีความน่าเชื่อถือ และดำเนินการภายใต้แนวทางปฎิบัติงานที่มีคุณธรรม เมื่อคุณทำการตลาด สิ่งที่ตัวแทนของโบรกเกอร์จะต้องพบเสมอคือ ในกรณีที่โบรกเกอร์มีปัญหาใด ๆ (เช่น การฝาก ถอนเงิน สภาพแวดล้อมการเทรด การสนับสนุนลูกค้า ฯลฯ ) ลูกค้าจะร้องเรียนกับคุณในฐานะตัวแทนของโบรกเกอร์ เนื่องจากคุณเป็นผู้เสนอให้เขาเข้าร่วมกับบริษัทดังกล่าว หากโบรกเกอร์มีชื่อเสียงไม่ดี สิ่งเหล่านี้จะย้อนกลับมาทำร้ายชื่อเสียงของคุณไปด้วย




กฎข้อที่ 1: ทำการวิจัยและเลือกโปรโมทโบรกเกอร์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ คุณอาจค้นหาคำติชมที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับโบรกเกอร์ในเว็บไซต์เช่น www.forexpeacearmy.com, https://uk.trustpilot.com/ หรืออื่น ๆ

2. เรื่องเงินเป็นเรื่องที่อ่อนไหวมาก

เทรดเดอร์ทุกคนต่างยึดมั่นในความหวังที่จะทำกำไรจากตลาดการเงิน บางคนติดตามผู้ให้บริการสัญญาณเทรด บางคนซื้อขายด้วยตนเอง บางคนใช้กลยุทธ์การซื้อขายอัตโนมัติ และพวกเขาทั้งหมดคาดหวังว่าการถอนเงินของเขาจะได้รับการดำเนินการอย่างราบรื่นและรวดเร็ว


น่าเสียดายที่อุตสาหกรรม FX ยังคงมีผู้ให้บริการบางส่วนที่ดำเนินการอย่างไม่เป็นธรรมต่อลูกค้า โดยโบรกเกอร์ FX บางรายหาข้อแก้ตัวเพื่อดึงเงินของลูกค้าเอาไว้


กฎข้อที่ 2: โบรกเกอร์จะต้องมีวิธีการที่สะดวกในการถอนเงินของลูกค้าอย่างสะดวกและรวดเร็ว


3. ผลตอบแทนที่เป็นธรรม


เมื่่อคุณทำการตลาดให้กับโบรกเกอร์ แน่นอนว่า โบรกเกอร์ก็ควรตอบแทนคุณด้วยรายรับที่เป็นธรรม ปัจจุบัน โบรกเกอร์ต่างเสนอค่าตอบแทนที่มีความหลากหลาย โดยที่ส่วนใหญ่จะตอบแทนเป็นค่าคอมมิชชั่นตามปริมาณการซื้อขายภายใต้เครือข่ายของผู้ทำการตลาด (จำนวนนี้อาจแตกต่างกันไปตั้งแต่ 1 ถึง 15 เหรียญสหรัฐต่อปริมาณการซื้อขาย 1 ล็อต ของฟอเร็กซ์), หรือค่าธรรมเนียมคงที่เพียงครั้งเดียวสำหรับลูกค้าที่แนะนำแต่ละรายซึ่งทำการซื้อขายจำนวนหนึ่งและทำยอดรวมการฝากไว้เหนือเกณฑ์ที่ระบุ (ตั้งแต่ $ 100 ถึง $ 1,000 ต่อลูกค้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสม) หรือส่วนแบ่งจากค่าสเปรดที่ที่โบรกเกอร์ได้รับ (ตั้งแต่ 10% ถึง 50% ของสเปรด)





สำหรับ IB ที่มีลูกค้าในเครือข่ายไม่กี่ร้อยราย วิธีที่ดีที่สุดอาจเป็นการรับค่าคอมมิชชั่นตามปริมาณการซื้อขายของลูกค้า ยิ่งลูกค้าซื้อขายมากเท่าไหร่ค่าคอมมิชชั่นก็จะมากขึ้นเท่านั้น


กฎข้อที่ 3: ผลตอบแทนจากคอมมิชชั่น IB ต้องยุติธรรม


4. ตรวจสอบเงื่อนไขให้ถี่ถ้วน


ช่วงค่าคอมมิชชั่น IB อาจมีลักษณะที่ดูกว้าง เช่นตั้งแต่ $ 1 ถึง $ 20 ต่อล็อต ซึ่งมีเหตุผลเบื้องหลังเสมอ


ค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายให้กับ IB ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับค่าสเปรด และค่าคอมมิชชั่นการเทรดที่ลูกค้าจะถูกเก็บเมื่อทำการซื้อขาย ค่าคอมมิชชั่น IB สูงก็หมายถึง ลูกค้าของคุณจะต้องจ่ายค่าสเปรดและคอมมิชชั่นให้กับโบรกเกอร์ในขนาดสูง ซึ่งอาจนำไปสู่การร้องเรียน คุณสามารถตรวจสอบต้นทุนการเทรดกับโบรกเกอร์ต่างๆได้ที่ https://www.myfxbook.com/forex-broker-spreads และให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับการจ่ายค่าคอมมิชชั่น IB: โบรกเกอร์บางรายอาจมีบางข้อจำกัด เช่น IB มีสิทธิ์ได้รับค่าคอมมิชชั่นก็ต่อเมื่อลูกค้าต้องเปิดคำสั่งซื้อขายเป็นเวลานานกี่วินาทีขึ้นไป หรือเปิดคำสั่งซื้อแล้วต้องปิดที่ระยะห่างออกไปกี่ pip รวมไปถึงกลยุทธ์ที่ลูกค้าจะใช้ในการเทรดในบัญชีของพวกเขาและอื่น ๆ อีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติการถอนคอมมิชชั่นไอบี เช่น ปริมาณการซื้อขายขั้นต่ำของลูกค้า หรือจำนวนลูกค้าขั้นต่ำที่อ้างอิงต่อเดือน ยิ่งมีเงื่อนไขมากเท่าไหร่ก็ยิ่งยากที่จะสร้างรายรับจากค่าคอมมิชชั่น IB ของคุณ


กฎข้อที่ 4: เลือกเป็นพันธมิตรกับโบรกเกอร์ที่มีข้อจำกัดน้อยกว่า เพื่อรับคอมมิชชั่น IB ให้ได้มากที่สุด



เมื่อคุณต้องเลือกว่าจะร่วมเป็นพันธมิตรกับโบรกเกอร์ใด อาจลองเลือก 2-3 โบรกเกอร์มาทำการเปรียบเทียบ
และคุณสามารถนำ Tickmill ไปเป็นหนึ่งในตัวเลือกของคุณด้วยเหตุผลต่อไปนี้:


1. ง่ายกว่าในการโปรโมต Tickmill เพราะมีข้อได้เปรียบที่ชัดเจนมาก: ต้นทุนในการเทรด FX สำหรับลูกค้าถือเป็นหนึ่งในต้นทุนที่ต่ำที่สุดในตลาดดังนั้นลูกค้าสามารถจ่ายน้อยลง 40-60% เมื่อเทียบกับคู่แข่ง, เข้าสู่ลิงก์เพื่อเปรียบเทียบโบรกเกอร์สเปรด https://www.myfxbook.com/forex-broker-spreads

2. การถอนเงินสำหรับลูกค้า และไอบี สามารถดำเนินการได้ภายใน 1 วันทำการโดยไม่มีข้อจำกัดดัานวงเงินที่ทำการถอน หรือคำถามเพิ่มเติม

3. Tickmill จ่าย $ 2 ต่อล็อตสำหรับการเทรด FX ในบัญชี Pro และ VIP และ $ 10 สำหรับการเทรดในบัญชี Classic

4. Tickmill พยายามสนับสนุนไอบีที่มุ่งมั่นและทุ่มเท ด้วยการเสนอโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะบุคคลให้กับพวกเขา: ด้วยโปรโมชั่นที่กำหนดเองสำหรับเฉพาะลูกค้าของเขาดังนั้น IB สามารถโปรโมตโบรกเกอร์ด้วยของขวัญพิเศษที่มีตราสินค้าของโบรกเกอร์ เช่น เสื้อยืด หมวก เป็นต้น

5. ผู้แนะนำโบรกเกอร์ หรือไอบี ที่ดีที่สุดสามารถเป็นส่วนหนึ่งของ Multi tier IB Program หรือโปรแกรมไอบีแบบหลายชั้นซึ่งพวกเขาจะได้รับค่าคอมมิชชั่นพิเศษจากไอบีท่านอื่นที่อยู่ภายใต้บัญชีไอบีของเขาเหล่านั้น

6. มีค่าคอมมิชชั่นพิเศษเนื่องจาก Tickmill มีโปรแกรม IB Loyalty IB จะมีเป้าหมายที่จะบรรลุตามระดับชั้นและรับรางวัลเป็นค่าคอมมิชชั่นพิเศษ หรืออัตราค่าคอมมิชชั่น IB ที่สูงขึ้น รวมไปถึงรางวัลในแบบของขวัญและแพคเกจเดินทางไปต่างประเทศ

7. ไม่มีข้อกำหนดที่ซ่อนอยู่สำหรับลูกค้าหรือผู้แนะนำโบรกเกอร์