คนส่วนมากเทรดด้วย Moving Average ! แต่ทำไมมันพลาดบ่อยจัง?

.

สวัสดีครับเพื่อนๆ กลับมาพบกับสาระความรู้ดีดีจาก Tickmill x Trader Talks กันอีกครั้งในสัปดาห์นี้นะครับ

เป็นยังไงกันบ้างครับเพื่อนๆ สำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมา เหรียญ Doge Coin ขึ้นถึง 12 บาทต่อ 1 เหรียญเลยทีเดียวนะครับ นับเป็นการขึ้นมากกว่า 1000% ในเวลาไม่ถึง 3 เดือนเลย
แอดมินล่ะอยากมีเก็บไว้ในครอบครองมั่งจังเลยนะครับ แต่ซื้อตอนนี้ก็ไม่ทันซะแล้ว

ไม่เป็นไร ยังไงแอดมินก็คง เทรด Forex ต่อไปครับ !

.

โดยเนื้อหาที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้เราจะมาพูดถึง Indicator ยอดนิยม อย่าง Moving Average นั่นเองครับ คนใช้กันมากมายเลย ซึ่งคนมักจะพูดกันว่า Indicator ที่คนใช้กันส่วนมากนี่แหละ
แสดงว่าจะบอกเทรนด์ได้ชัดเจน แต่กลับกัน เมื่อได้ทดลองใช้ กลับมีสัญญาณรบกวนมากกว่าที่คิด ทำไมถึงเป็นแบบนั้นกันล่ะ?


ทำความรู้จักกันก่อน Moving Average คืออะไร?

Moving average คือ indicator “เส้นค่าเฉลี่ย” ที่อยู่ในหมวด Trend


นั่นหมายความว่าจริงๆแล้ว MA นั้นมีหน้าที่หลักๆคือ “ใช้บอกเทรนด์” ว่าปัจจุบันนั้น แนวโน้มเป็นขาขึ้นหรือขาลง โดยจะคำนวณจาก Period
หรือ “จำนวนแท่ง” ที่เราต้องการคำนวณ ซึ่งจะแปรผันไปตาม Timeframe ที่เราคำนวณ เช่น


Period 200 TF 1 นาที = ค่าเฉลี่ยของ 200 นาที
Period 50 TF 1H = ค่าเฉลี่ยของ 50 ชั่วโมง


นั่นหมายความว่าแม้คุณจะใช้ period เดียวกัน แต่เมื่อเปลี่ยน TF เส้นก็จะเปลี่ยนจุดที่มันตั้งอยู่ ตาม Timeframe และ Period นั่นเอง โดยปกติแล้วการอ่านค่าของ Indicator นี้อ่านง่ายๆดังนี้

- หากแท่งเทียนอยู่เหนือ Moving average เทรนด์ปัจจุบันมีแนวโน้มจะเป็นขาขึ้น
- หากแท่งเทียนอยู่ต่ำกว่า Moving average เทรนด์ปัจจุบันมีแนวโน้มเป็นขาลง


ประโยชน์อย่างต่อมาของ Moving Average คือ ใช้เป็น แนวรับ , แนวต้าน โดย MA ที่มี period ในการคำนวณเยอะเช่น 50,100,200 มักจะถูกใช้เป็นแนวรับแนวต้าน
โดยหากกราฟมีการลงมาแตะ หรือ ขึ้นไปแตะ ก็มักจะมีการเข้าออเดอร์สวนกลับเข้าไป เพื่อหวังให้กราฟวิ่งต่อไปตามเทรนด์ที่วิ่งตามมา นั่นเอง


“แล้ว MA ค่าไหนดีที่สุด?”

ค่า MA ที่นิยมกันส่วนมากจะเป็น 14 , 20 , 50 , 100 , 200 แต่กลับกันแล้ว ไม่มีค่าไหนดีที่สุด เช่นเดียวกัน มีแค่ค่าที่คนนิยมใช้ เท่านั้นเอง


แล้วทำไมใช้งานกันเยอะมาก แต่กลับผิดพลาดเสียบ่อยครั้ง? เพราะคนส่วนมากใช้ Moving Average กันโดยคำนวณจาก Close Price
และ แน่นอนว่า เมื่อราคามีการผันผวนในระดับรุนแรง มันก็มักจะทำให้ ราคาไปปิด เหนือกว่า หรือ ต่ำกว่า MA ได้ง่ายๆเช่นกัน และเมื่อมีการขยับอย่างรุนแรง
ก็จะทำให้การคำนวณ MA ผัวผวนไปมา ได้เช่นกัน ซึ่งบางครั้งในกรณีที่ค่อนข้างเลวร้าย


ราคาอาจจะปิด เหนือ - ต่ำ กว่า MA ไปมา หลายๆแท่งติดๆกันได้เลยทีเดียว


แล้วใช้งานอย่างไรล่ะให้ผิดพลาดน้อยลง?


หลักๆก็คือต้องใช้ร่วมกับเทคนิคอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการเข้าซื้อ เมื่อกราฟอยู่เหนือ MA ก็ควรจะลองพิจารณาด้วย
ว่าแนวที่ MA นั้นอยู่นั้น มีแนวรับเพิ่มเติมหรือไม่


หรือหากใช้ควบคู่กับเทรนด์ไลน์ ก็ลองดูซิว่า เทรนด์ไลน์ ที่เป็นจุดสัมผัส อยู่ระนาบเดียวกันกับ กับ MA หรือไม่
การทำแบบนี้นอกจากเป็นการ Double Check ด้วย Technical analysis แล้ว ยังทำให้เรามีโอกาสที่จะชนะด้วย moving average มากขึ้นนั่นเองครับ


เป็นไงกันบ้างครับ สำหรับสาระสำหรับสัปดาห์นี้ หวังว่าเพื่อนๆจะได้ ประโยชน์กันไปไม่มากก็น้อย
สำหรับสัปดาห์หน้าจะเป็นยังไง เป็นเรื่องอะไรอย่าลืมติดตาม TICKMILL x TRADER TALK กันนะครับ


เพื่อนๆจะได้ Spread และ ค่า Commission ที่ต่ำ กว่าที่อื่นๆ จนทำให้เพื่อนๆทำกำไรได้ง่ายกว่าเทรดที่อื่นๆแน่นอน
เพราะคอมมิชชั่นของเราถูกกว่าที่อื่น 2 - 3 เท่าเลยทีเดียว


ยังไงเพื่อนๆอย่าลืมลองมาใช้ Tickmill กันดุนะครับ
เรามี Welcome Bonus 30$ด้วยนะ ! --> https://bit.ly/WelcomeAccount_30usd


สมัครบัญชีกับ TICKMILL https://bit.ly/Tickmill_Thailand

คำเตือนความเสี่ยง การเทรด CFDs ด้วยเลเวอเรจ สามารถสร้างความสูญเสียสูงกว่าวงเงินลงทุนเริ่มต้น


บทความนี้เป็นบทความจากเทรดเดอร์อิสระ มิใช่คำแนะนำในการเทรด

หากคุณต้องการแชร์ความรู้ มุมมอง หรือประสบการณ์การเทรดในรูปแบบต่างๆ เพื่อยกระดับความสามารถของเทรดเดอร์ชาวไทย
อย่าลังเลที่จะติดต่อเราทาง Email : th@tickmill.com เพื่อสมัครเป็นหนึ่งในผู้สร้างสรรค์บทความในเวที TRADER TALK
บทความที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับผลตอบแทนเป็นเงินสด และนำไปแสดงในเฟสบุคเพจ และ TICKMILL THAILAND BLOG