คำเตือนความเสี่ยง: การซื้อขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินด้วยมาร์จิ้นมีความเสี่ยงสูงและไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน การสูญเสียอาจเกินมูลค่าการลงทุนเริ่มต้น โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงและใช้ความระมัดระวังในการจัดการความเสี่ยงของคุณ

การเทรดฟอเร็กซ์

เข้าถึงตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเทรดคู่สกุลเงินมากกว่า 60 คู่

การเทรดฟอเร็กซ์ออนไลน์:
สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ก่อนเริ่มทำการเทรดฟอเร็กซ์

หากคุณกำลังมองหาการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานหรือแม้แต่ความรู้ความเข้าใจในรายละเอียดเกี่ยวกับการเทรดฟอเร็กซ์แล้วล่ะก็ คุณมาถูกที่แล้ว!

ในคู่มือนี้เราจะกล่าวถึงสิ่งคำสัญทั้งหมดที่คุณจำเป็นต้องรู้ก่อนเริ่มทำการเทรดฟอเร็กซ์ ทั้งนี้เพื่อให้เข้าใจวิธีการเข้าสู่ตลาดได้อย่างปลอดภัยด้วยกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพนั่นเอง

เริ่มแรกเราจะอธิบายเกี่ยวกับว่าการเทรดฟอเร็กซ์คือสิ่งใดกันแน่ และมันทำงานอย่างไร จากนั้นเราจะเรียนรู้เกี่ยวกับคำศัพท์พื้นฐานที่คุณต้องทำความคุ้นเคยกับคำ และวลีเหล่านั้นที่ใช้เมื่อการกำลังเทรดการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ต่อจากคำศัพท์พื้นฐานก็จะเป็นเรื่องการคำนวณ ซึ่งต่อไปคุณจะใช้งานพวกมันทุกวันในฐานะนักเทรดฟอเร็กซ์

คู่มือของเรามีเป้าหมายเพื่อให้คุณมีเครื่องมือที่ครบครันเพื่อต่อยอดความรู้ความเข้าใจในรายละเอียดของการเทรดฟอเร็กซ์ ก่อนที่คุณจะเข้าสู่ตลาดทั่วโลก หากคุณมีประสบการณ์มาบ้างแล้วเกี่ยวกับการเทรดฟอเร็กซ์ คุณสามารถข้ามบางส่วนไปยังส่วนที่คุณสนใจได้ เพียงแค่คลิกที่หัวข้อเมนูด้านล่างเพื่อเปลี่ยนเส้นทางไปยังข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคุณ

สกุลเงิน

ตราสาร สเปรดขั้นต่ำ สเปรดโดยประมาณ Long Position Short Position
AUDUSD 0 0.1 -2.05 -1.27
EURGBP 0 0.4 -3.25 0.42
EURJPY 0 0.5 -3.25 0.1
EURUSD 0 0.1 -3.92 0.37
GBPAUD 0 2.5 -1 -2.1
GBPJPY 0 1 -1.5 -3.37
GBPUSD 0 0.3 -3.64 -3.04
USDCAD 0 0.2 -2.62 -2.345
USDCHF 0 0.4 0.7 -4.63
USDJPY 0 0.1 -1.22 -3.23
สำหรับรายการคู่สกุลเงินและค่าสเปรดของแต่ละคู่สกุลเงินสามารถดูได้จากที่นี่ ที่นี่.

การเทรดฟอเร็กซ์คืออะไร
และมันทำงานอย่างไร

การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศหรือเรียกสั้น ๆ ว่า ฟอเร็กซ์ คือตลาดซึ่งคุณสามารถแลกเปลี่ยนสกุลเงินหนึ่งไปยังอีกสกุลเงินหนึ่ง ด้วยปริมาณการเทรดรายวันจำนวน $6.6 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้ตลาดฟอเร็กซ์มีขนาดใหญ่มาก! เมื่อเทียบกันแล้วมันได้แซงหน้าการแลกเปลี่ยนหุ้นในนิวยอร์ก (NYSE) ซึ่งมีปริมาณเทรดกันขายเพียง $22.4 พันล้านต่อวันเท่านั้น

ขนาดที่แท้จริงของตลาดฟอเร็กซ์ดึงดูดผู้เข้าร่วมมาจากหลายระดับ เช่น ธนาคารกลาง ผู้จัดการการลงทุน กองทุนป้องกันความเสี่ยง บริษัท โบรกเกอร์ และเทรดเดอร์รายย่อย - 90% ของผู้เข้าร่วมในตลาดแหน่งนี้เป็นนักเก็งกำไรสกุลเงิน!

อะไรคือสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดฟอเร็กซ์ ซึ่งดึงดูดนักลงทุนมาจากทั่วโลก? ลองจินตนาการว่าคุณต้องการแลกเปลี่ยนสกุลเงินหนึ่งไปเป็นอีกสกุลหนึ่ง คุณสามารถขายเงินสกุลหนึ่ง และซื้ออีกสกุลหนึ่งได้ในเวลาเดียวกัน หรือเรียกว่า ‘การแลกเปลี่ยน’ นั่นเอง

ขณะนี้อัตราการแลกเปลี่ยนระหว่างสองสกุลเงินเป็นเรื่องสำคัญเมื่อกำลังเทรดฟอเร็กซ์ อัตราแลกเปลี่ยนนั้นจะมีลักษณะของความผันผวนอย่างต่อเนื่อง และด้วยความผันผวนเหล่านี้จึงทำให้นักเก็งกำไรตลาดสามารถสร้างรายได้หรือขาดทุน จากการเทรด ของพวกเขาได้ ความผันผวนเหล่านี้ถูกขับเคลื่อนโดยอุปสงค์ และอุปทานของแต่ละสกุลเงิน!

โปรดทราบว่า ขณะที่คุณกำลังเทรด ก็มีเทรดเดอร์อีกหลายล้านคนกำลังเข้าสู่ตลาดฟอเร็กซ์เช่นกัน ดังนั้นเมื่อคุณ ‘ขาย’ สกุลเงินหนึ่ง ก็จะมีผู้ซื้อสกุลเงินนั้นอยู่ที่อื่น ยิ่งมีคนกำลังเทรดมากเพียงใด เงินก็ยิ่งสะพัดมากขึ้นในตลาด เราเรียกสิ่งนี้ว่า ‘สภาพคล่อง’ ตามที่กล่าวมาแล้วว่าตลาดฟอเร็กซ์นั้นใหญ่มากจากการเข้าร่วมของเทรดเดอร์หลายล้านรายทั่วโลกจึงทำให้ตลาดฟอรเร็กซ์มีสภาพคล่องที่สูงมาก!

อะไรคือฟอเร็กซ์ ?

การเทรดฟอเร็กซ์คืออะไร และมันทำงานอย่างไร
ระดับที่สูงของสภาพคล่องหมายถึงว่า เทรดเดอร์สามารถเข้า หรือออกจากการเทรดได้ โดยที่จะมีผู้ซื้อสกุลเงินที่คุณกำลังขาย หรือมีผู้ขายสำหรับสกุลเงินที่คุณกำลังซื้อ ในช่วงเวลานั้นแทบจะตลอดเวลา!

ระดับสภาพคล่องที่สูงก็มีแง่มุมอื่นด้วย หากระดับของสภาพคล่องสูง ก็จะมีผู้เข้าร่วมในตลาดจำนวนมาก ดังนั้น ต้นทุนการเทรด เช่น ค่าสเปรดก็สามารถต่ำลงได้ สิ่งนี้ยังหมายถึงว่า ตลาดจะถูกบิดเบือนและครอบงำได้ยากขึ้น! หากมีบางคนเปิดการเทรดปริมาณมากในตลาดที่มีสภาพคล่องต่ำ จะเกิดผลกระทบครั้งใหญ่ต่อราคา สิ่งนี้จะไม่เกิดในฟอเร็กซ์เพราะว่ามีปริมาณการเทรดอยู่ในระดับสูง!

ขณะนี้ตลาดฟอเร็กซ์ที่ครอบคลุมสกุลเงินทั้งหมดในโลก เปิดทำการ 24 ชั่วโมงต่อวัน ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ การเทรดซึ่งเกิดกับสกุลเงินเหล่านั้น จะถูกดำเนินการโดยวิธีที่เราเรียกว่า over the counter หรือ OTC ซึ่งหมายความว่าไม่มีการแลกเปลี่ยนสินค้ากันจริง ๆ เหมือนกับในตลาดหุ้น มันคือเครือข่ายระดับโลกที่ประกอบไปด้วยผู้เข้าร่วมคือ สถาบันการเงิน และธนาคารต่าง ๆ ที่กำลังมีส่วนร่วมในตลาด ต่างกับการแลกเปลี่ยนแบบมีศูนย์กลางเช่น การแลกเปลี่ยนหุ้นในตลาดหุ้นนิวยอร์ก

ในฐานะที่เป็นบุคคลธรรมดา คุณจะถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ ‘เทรดเดอร์รายย่อย’ สัดส่วนใหญ่ที่สุดของการเทรดฟอเร็กซ์ในปัจจุบันดำเนินการโดย ‘นักลงทุนสถาบัน’ เช่น ธนาคาร กองทุน และบริษัทใหญ่ ๆ พวกเขาไม่จำเป็นต้องซื้อหรือขายสกุลเงินของจริง แต่เก็งกำไรเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวราคา หรือป้องกันความเสี่ยงต่อความเปลี่ยนแปลงของอัตราการแลกเปลี่ยนแทน

มาดูตัวอย่างกัน

ฟอเร็กซ์
เทรดเดอร์รายย่อยเช่นตัวคุณต้องการขาย EURUSD หากพวกเชื่อว่าราคาของ USD จะส่งมีมูลค่าสูงขึ้นเมื่อเทียบกับ EURO
ฟอเร็กซ์
บริษัทในอเมริกาสามารถใช้ตลาดฟอเร็กซ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงหาก EURO อ่อนลง ซึ่งหมายความว่ามูลค่ารายรับของพวกเขาจะลดลง แต่พวกเขายังคงทำกำไรได้แม้ค่าเงินจะได้รับผลกระทบจากการทำให้ค่าเงินอ่อนลงจากผลกระทบของ USD

ตลาดสกุลเงิน และคู่สกุลเงิน

สกุลเงินในตลาดฟอเร็กซ์มีขึ้นเป็นคู่ ยกตัวอย่างเช่น EURUSD (เป็นคู่สกุลเงินที่มีการเทรด และรู้จักมากที่สุดในชื่อเล่นว่า ‘cable’) มาดูกันว่าคู่สกุลเงินคู่หนึ่งประกอบด้วยอะไรบ้าง

สิ่งแรกที่ต้องเรียนรู้คือ คู่สกุลเงินจะแสดงในรูปแบบของ 'Base Currency' และ 'Counter Currency' โดย base จะหมายตำแหน่งของแรก และ counter คือตำแหน่งที่สอง – ในตัวอย่างของเรา EUR เป็น base currency และ USD เป็น counter currency

เมื่อคุณพร้อมแล้ว (เราจะพูดถึงสิ่งนี้เพิ่มเติมภายหลังในคู่มือนี้) โดยมีความคุ้นเคยกับแพลตฟอร์ม และต้องการทำการเทรดครั้งแรก คุณจะพบว่า หากคุณทำการ Short (ขาย) คำสั่งของคุณจะได้รับการดำเนินการที่ราคา Bid price ส่วนหากคุณต้องการทำการ Long ( ซื้อ ) คำสั่งของคุณจะได้รับการดำเนินการที่ Ask price ตามที่แสดงด้านล่าง สิ่งสำคัญที่ห้ามลืมคือ เมื่อคุณคลิกที่ขายหรือซื้อ คุณจะกำลังดำเนินการซื้อหรือขายกับสกุลเงินตำแหน่งหน้าของคู่นั้น
ตลาดสกุลเงิน และคู่สกุลเงิน

คำถาม

สำหรับคนที่มีความช่างสังเกต อาจสังเกตเห็นได้ว่ามีความแตกต่าง ระหว่างราคา 'Bid' และ 'Ask' ความแตกต่างตรงนี้เราเรียกว่า ‘ค่าสเปรด’ มันแสดงในรูปแบบ pips ตามตัวอย่างด้านบน ราคา Bid คือ 1.12005 และราคา Ask คือ 1.12023

ดังนั้นค่าสเปรดจะต้องเป็น?
0.18 pips
> 1.8 pips <
18 pips
ยังไม่เข้าใจใช่ไหม? ไม่ต้องกังวล! เข้าไปดูที่หน้า Spreads และ Margin เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม

ขณะนี้เราจะอธิบายสั้น ๆ ว่าการเทรดฟอเร็กซ์ และคู่สกุลเงินคืออะไร มาทำความรู้จักกับคำศัพท์ซึ่งคุณจะต้องเจอเมื่อเรียนรู้การเทรดฟอเร็กซ์
  • Pips & Pipettes
  • Bid and Ask
  • Spread
  • Leverage
  • Margin

อะไรคือ Pip?

คุณจำเป็นต้องทำความคุ้นเคยกับคำว่า ‘Pip’ หากคุณกำลังจะเกี่ยวข้องในการเทรดฟอเร็กซ์ออนไลน์

เป็นคำย่อมาจากคำว่า ‘price in point’ (ราคาต่อจุด) หรือ ‘percentage in point’ (เปอร์เซ็นต์ต่อจุด) Pip จุดทศนิยมตำแหน่งที่สี่ที่ใช้ในการทำราคา มันเท่ากับ 1% ของหนึ่งจุดพื้นฐาน คู่สกุลเงินเกือบทั้งหมดจะถูกแสดงราคาเป็นจุดทศนิยม 4 ตำแหน่ง มันคือความเคลื่อนไหวราคาที่เล็กที่สุดซึ่งสามารถทำการแลกเปลี่ยนได้ (0.0001)

ในเวลานี้มันคือสิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องรู้สำหรับการเทรดสกุลเงิน เพราะว่าค่าสเปรด (เราจะกล่าวถึงมันอีกครั้งภายหลัง) จะถูกเสนอราคาในรูปแบบของ pips ซึ่งเราจะเรียนรู้เรื่องค่าสเปรดกันอีกภายหลัง!






มาดูตัวอย่างเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น:

ฟอเร็กซ์
คุณต้องการเทรด EURUSD ราคาของ EURUSD คือ 1.1060 ก่อนที่คุณกำลังจะเข้าสู่ตลาด คุณเห็นว่าราคาเปลี่ยนไปเป็น 1.1059 สิ่งนี้หมายความว่าราคาตกลงหนึ่ง 1 pip หรือ 0.0001 นั่นเอง

โปรดอย่าลืมว่า แม้ว่าคู่สกุลเงินเกือบทั้งหมดถูกเสนอราคาด้วยทศนิยม 4 ตำแหน่ง บางคู่สกุลเงิน เช่น เยนญี่ปุ่น จะถูกนำเสนอราคาเป็นจุดทศนิยมสองตำแหน่ง

อะไรคือ Pipette?

ขณะนี้คุณรู้จักคำว่า pip แล้ว เป็นเรื่องสำคัญอีกเช่นกันที่ต้องรู้ว่า ปกติแล้วแพลตฟอร์มการเทรด MT4 จะแสดงราคาเกินมาตรฐานทศนิยม 4 หรือ 2 ตำแหน่ง

Pipette คือ pip ที่แตกย่อยลงไปอีก และสามารถมีทศนิยมได้ถึง 5 หรือ 3 ตำแหน่ง มันคือ 1/10 ของ pip โปรดดูรูปภาพด้านล่างเพื่อความเข้าใจที่มากขึ้นเกี่ยวกับวิธีการอ่าน pips:
อะไรคือ Pipette?

เข้าใจเกี่ยวกับ pip และ pipette มากขึ้นแล้วใช่หรือไม่?

คุ้นเคยกี่ยวกับ pip และ pipette มากขึ้นแล้ว ใช่หรือไม่? ดีมาก! ตอนนี้เราไปดูเรื่องมูลค่าของ pipกันเลย! ค่าเงินของแต่ละสกุลเงินมีความผันผวน ดังนั้นพวกเราจึงเทรดพวกมันได้ และเราจำเป็นต้องคำนวณมูลค่าของ pip สำหรับตราสารซึ่งเราต้องการเทรด มันสามารถทำได้ง่ายมากด้วย 2 ขั้นตอน!

ขั้นตอนที่ 1

หาร 1 Pip (0.0001) ด้วยราคาตลาดปัจจุบันของคู่สกุลเงินที่คุณเลือก

STEP 2

คูณค่าดังกล่าวด้วยขนาด lot size ของคุณ

มาดูตัวอย่างกัน

ฟอเร็กซ์
EURUSD อยู่ที่ 1.5510 และขนาดล็อตของคุณ คือ มินิล็อต หรือ 10,000 มูลค่าของ pip คือ: (0.0001/1.5510) X 10,000 = 0.6447
ในตัวอย่างนี้ หากตลาดเคลื่อนไหวด้วยหนึ่ง pip คุณจะได้รับหรือขาดทุน 0.6447 EUR
โปรดทราบว่ามูลค่า pip ถูกกำหนดโดยสกุลเงินตำแหน่ง quote currency ในตัวอย่างของเราก็คือ EUR อย่างไรก็ตาม เมื่อสกุลเงิน Quote currency คือ USD มูลค่าของ pip ก็จะเหมือนเดิม! ซึ่งหมายความว่า หากขนาดล็อต คือ 100,000 หนึ่ง pip จะเท่ากับ $1

โบรกเกอร์ของคุณจะคำนวณมูลค่าของ pip ให้คุณ แต่สิ่งนี้คือสิ่งที่เทรดเดอร์ฟอเร็กซ์ทุกคนต้องรู้!

อะไรคือราคา Bid และ Ask ?

จากที่เราได้คุยกันก่อนหน้านี้ เมื่อคุณกำลังเทรดฟอเร็กซ์ คุณจำเป็นต้องเข้าใจเกี่ยวกับการแสดงค่าของคู่สกุลเงินต่างๆ พวกเรารู้ว่าสกุลเงินจะถูกเทรดเป็นคู่ โดยพิจารณาความแข็งค่าขึ้นหรืออ่อนตัวลงของสกุลเงินหนึ่งเมื่อเทียบกับอีกสกุลเงิน

เมื่อเราซื้อขายคู่สกุลเงินมันคือการที่เรากำลังซื้อสกุลเงินหนึ่งขณะกำลังขายอีกสกุลในเวลาเดียวกัน ดังนั้นราคา ‘Bid’ จึงเป็นราคาที่คุณขายสกุลเงิน ดังนั้นมันคือราคาของการซื้อ - base currency ต่อสกุล - counter currency!

อะไรคือ Spread?

อีกคำหนึ่งที่ควรรู้ความหมายในโลกของการเทรดฟอเร็กซ์ ก็คือค่าสเปรด มันเป็นแนวคิดที่สำคัญที่คุณต้องเข้าใจเมื่อกำลังคิดต้นทุนที่เกี่ยวข้องขณะกำลังเทรดฟอเร็กซ์ออนไลน์!

ค่าสเปรดหมายถึงความแตกต่างกันของสองราคา มันคือช่องว่างระหว่างราคา Bid และราคา Ask ของราคาคู่สกุลเงินที่คุณเลือก
อะไรคือ Spread?
ดังที่คุณได้เรียนรู้ว่า ราคา‘Bid’ คือราคาซึ่งคุณขาย base currency และราคา‘Ask’ คือราคาที่คุณซื้อ base currency! ค่าสเปรดคือต้นทุนที่คุณต้องจ่ายสำหรับการเทรด และสามารถรับผลกระทบจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น:
  • ตราสารที่กำลังเทรด
  • ความผันผวนของตลาด
  • ความผันผวนตลาด
  • โบรกเกอร์ที่คุณกำลังเทรดด้วย
สิ่งสำคัญ คือ จะต้องทราบว่าโบรกเกอร์ที่ดีจะมีค่าสเปรดที่ต่ำ เพื่อให้แน่ใจได้ว่าคุณจะไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มในการเทรด แม้ว่าค่าสเปรดเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในเวลาความผันผวนในตลาดมีสูง แต่โบรกเกอร์อย่าง Tickmill จะยังคงนำเสนอค่าสเปรดต่ำสุดที่พร้อมให้บริการอยู่เสมอ ดังน้นคุณจะสามารถเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ


เมื่อค่าสเปรดกว้างขึ้น นั่นหมายความว่ามีความแตกต่างมากขึ้นระหว่างสองราคา ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ที่มีนัยยะสำหรับการประเมินความผันผวนตลาด ในทางทฤษฎีหมายถึง ค่าสเปรดจะต่ำลงเมื่อตลาดมีสภาพคล่องมากขึ้น

เลเวอเรจ และ มาจิ้น?

เมื่อคุณเริ่มคุ้นเคยกับคำต่าง ๆ เช่น pips และ ค่าสเปรด คุณจะได้ยินคำว่า เลเวอเรจ และมาร์จิ้น บ่อยครั้งขึ้น สองคำนี้เป็นคำที่มาด้วยกัน

โดยพื้นฐานแล้ว เลเวอเรจ ก็เหมือนการยืมเงินจากโบรกเกอร์ของคุณเพื่อทำให้ทุนที่จะใช้ในการเทรดของคุณมีมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้สามารถเป็นไปได้ด้วยการใช้บัญชีมาจิ้น และเงื่อนไขอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ด้วยความสามารถนี้ ความนิยมในการเทรดฟอเร็กซ์จึงมีเพิ่มขึ้น

โปรดดูตัวอย่างที่มีรายละเอียดมากขึ้น:

ฟอเร็กซ์
คุณได้ตัดสินใจเทรดด้วยเลเวอเรจ 1:100
คุณได้ฝากเงินจำนวน $1,000 กับโบรกเกอร์ของคุณ

ดังนั้น คุณสามารถมีวงเงินที่ใช้ในการเทรดจริง เป็นจำนวน $100,000!


สิ่งนี้หมายความว่า เมื่อคุณกำลังเทรด ผลกำไรที่คุณทำได้จากการเทรดจะมีมากขึ้นเพราะคุณกำลังใช้เงินมากขึ้นเพื่อทำการเทรดซึ่งเป็นเงินที่คุณได้ยืมมาจากโบรกเกอร์ของคุณ ในจุดนี้คุณต้องตระหนักอย่างยิ่งว่าการเทรดด้วยเลเวอเรจเปรียบเสมือนดาบสองคม มันสามารถทำกำไรให้คุณมากขึ้นและมันก็ทำให้คุณขาดทุนมากขึ้นได้เช่นกัน

ในขณะเพื่อที่จะใช้งานเลเวอเรจ โบรกเกอร์ของคุณต้องการหลักประกันบางส่วนจากคุณ และนั่นคือที่มาของมาร์จิ้น! ให้คิดถึงมาร์จิ้นของคุณว่าเป็นเงินฝาก ซึ่งคุณนำไปให้กับโบรกเกอร์ของคุณเป็นหลักประกันสำหรับการเปิด และคงสภาพคำสั่งเทรดไว้ โบรกเกอร์จะกันทุนส่วนนี้ไว้เป็นหลักประกันเพื่อครอบคลุมการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นได้ในการเทรดของคุณ

‘ข้อกำหนดมาร์จิ้น’ 'margin requirement' ซึ่งโบรกเกอร์ของคุณจำเป็นต้องแสดงในรูปแบบของเปอร์เซ็นของการเทรดโดยรวมของคุณและในการเทรดแต่ละครั้งที่คุณเปิดก็จะมีมาร์จิ้น โปรดจำไว้ว่าข้อกำหนดมาร์จิ้นจะผกผันไปตามสินทรัพย์ที่คุณเทรด และกับโบรกเกอร์ที่คุณใช้บริการด้วย

การเทรดคู่สกุลเงิน
การเทรดสกุลเงินเหมือนกับการเทรดฟอเร็กซ์หรือไม่?

คุณได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเทรดฟอเร็กซ์แล้ว คุณอาจได้ยินเกี่ยวกับการเทรดสกุลเงิน การเทรดสกุลเงินเหมือนกับการเทรดฟอเร็กซ์หรือไม่?

สรุปสั้น ๆ ว่ามันเหมือนกัน!

โดยทั่วไปนอกจากคำว่า ‘Foreign exchange’ หรือ ‘Forex’ อีกคำคือ Currency trade ในการเทรดสกุลเงิน สิ่งที่คุณจะต้องทำคือการเทรดสกุลเงินเป็นคู่ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการเทรดฟอเร็กซ์ อนุมานได้ว่า การเทรดสกุลเงินคือการที่คุณกำลังเทรดมูลค่าของสกุลเงินหนึ่งกับอีกสกุลเงินหนึ่ง เช่น หากคุณกำลังเทรด EURUSD หมายถึงคุณกำลังเก็งกำไรเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินของ EURO ต่อ USD

วิธีการ เทรดคู่สกุลเงิน ในฟอเร็กซ์

ทั้งหมดทั้งสิ้นก็คือเรื่องของมูลค่า

มูลค่าของแต่ละสกุลเงินขึ้นอยู่กับอุปสงค์ และอุปทาน ซึ่งเป็นการกำหนด ‘อัตราแลกเปลี่ยน’ ระหว่างสองสกุลเงิน อัตราแลกเปลี่ยนคือความแตกต่างระหว่างค่าเงินของสกุลเงินหนึ่งกับอีกสกุลเงินหนึ่ง ซึ่งจะบอกคุณว่า คุณต้องใช้จำนวนเงินเท่าใดในสกุลหนึ่งเพื่อแลกกับอีกสกุลหนึ่ง เช่น คุณจะได้รับเงินปอนด์เท่าใดสำหรับเงินยูโรของคุณ

ถึงตอนนี้ ต้องจำไว้ว่า อัตราแลกเปลี่ยนเกี่ยวข้องกับความผันผวนอย่างต่อเนื่อง

นักลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการเทรดสกุลเงินจะพิจารณาปัจจัยหลากหลายซึ่งอาจส่งผลต่อมูลค่าของสกุลเงิน
และพวกเขาจะเก็งกำไรว่าปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลต่อมูลค่าของสกุลเงินเหล่านั้นอย่างไร หากเทรดเดอร์คิดว่ามูลค่าของสกุลเงินจะเพิ่มขึ้น พวกเขาก็จะซื้อสกุลเงินนั้น ในทางตรงกันข้าม หากพวกเขาคิดว่ามูลค่าของสกุลเงินจะลดลง พวกเขาก็จะขายมันแทน

เมื่อคุณกำลังเทรดฟอเร็กซ์ หมายถึงว่าคุณกำลังเทรดคู่สกุลเงินสองสกุลเงินซึ่งมีปัจจัยต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้องกับมูลค่าของพวกมันในความสัมพันธ์ของกันและกัน

ตัวอย่าง นักลงทุนอาจเชื่อว่าสกุลเงินยูโรจะอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินปอนด์อังกฤษ
ซึ่งเกิดจากการเปิดข้อมูลอะไรบางอย่าง ดังนั้น นักลงทุนจะขายเงินยูโร ด้วยความเชื่อที่ว่ามูลค่ามันจะลดลง และซื้อเงินปอนด์อังกฤษในเวลาเดียวกัน ด้วยที่เชื่อว่ามูลค่าจะสูงขึ้น หากนักลงทุนคาดการณ์ได้ถูกต้อง พวกเขาก็จะทำกำไรได้!

ดูเหมือนไม่ยุ่งยากใช่หรือไม่? แต่ต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า การเก็งกำไรอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องอาศัยความรู้และความเข้าใจตลาด ในเรื่องของวิธีการเคลื่อนไหวของตลาด

สิ่งที่จำเป็นสำหรับ การเทรดฟอเร็กซ์

ก่อนที่คุณจะเริ่มทำการเทรด คุณจำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อมดังนี้
การเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ต

สิ่งแรกคุณต้องมีคือการเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์ที่เสถียรเพื่อทำการเทรดฟอเร็กซ์ออนไลน์ ปัจจัยสำคัญที่สุด คือสัญญาณการเชื่อมต่อต้องมีความเสถียร และพร้อมใช้งานทันที สิ่งนี้สำคัญมากเพื่อการเฝ้าตรวจสอบการเทรด และการเข้าถึงบัญชีต่าง ๆ ของคุณเมื่อคุณต้องการทำการเปลี่ยนแปลง หรือคว้าโอกาสต่าง ๆ

โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์

ถัดไป คุณต้องมีโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ นี่คือหนึ่งในการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดที่คุณจะทำเมื่อเริ่มทำการเทรดฟอเร็กซ์ ซึ่งมีปัจจัยที่ควรพิจารณาดังนี้:

1. การกำกับดูแล
เมื่อกำลังเลือกโบรกเกอร์ที่คุณต้องการเริ่มทำการเทรดฟอเร็กซ์ด้วย การกำกับดูแลคือสิ่งที่คุณพิจารณาเป็นอันดับแรก หน่วยงานที่กำกับดูแลโบรกเกอร์ คือผู้ที่จะมาปกป้องคุ้มครองคุณในฐานะผู้ลงทุน!

ในขณะที่คุณกำลังเลือกโบรกเกอร์ เป็นไปได้ว่ามีโบรกเกอร์หลายรายที่มีข้อเสนอที่ดึงดูดคุณ เช่น เลเวอเรจ 1:1,000 ซึ่งสามารถทำให้คุณเทรดด้วยการลงทุนด้วยเงินเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เลเวอเรจที่สูงก็มาพร้อมกับความเสี่ยงสูงเช่นกัน แม้ว่าผลตอบแทนที่ได้กำไรจากการเทรดจะมีมาก แต่ตลาดอาจเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงข้ามได้เช่นกัน เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็หมายถึงว่า คุณจะสูญเสียเงินจำนวนมาก หรือสูญเสียเงินลงทุนของคุณทั้งหมด

โบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลอย่างดีจะไม่สามารถให้เลเวอเรจที่สูงแก่ลูกค้าได้ และจะนำเสนอเลเวอเรจในทางที่สมเหตุสมผลมากขึ้นเพื่อการรับผลตอบแทนในสัดส่วนที่เหมาะสมอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ โบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลจะนำเสนอ การป้องกันยอดคงเหลือติดลบ ซึ่งหมายความว่า เมื่อกำลังเทรดและตลาดเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกับข้ามกับคุณ (หรือมี gaps) คุณจะได้รับความคุ้มครองจากการเกิดยอดเงินทุนคงเหลือติดลบ
สิ่งนี้ทำให้คุณแน่ใจได้ว่า คุณจะไม่สูญเสียเงินไปมากกว่าเงินลงทุนเริ่มต้น

การเลือกใช้บริการกับโบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแล คุณจะได้รับความคุ้มหากโบรกเกอร์ล้มละลาย โบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแล ถูกกำหนดขึ้นตามกฎหมายเพื่อเป็นสมาชิกของ โครงการเงินชดเชยบริการทางการเงิน โครงการเงินชดเชยเหล่านี้เกิดขึ้นจากโบรกเกอร์
และในกรณีที่โบรกเกอร์ล้มละลาย จะมีความคุ้มครองเงินฝากของคุณจำนวนหนึ่ง!

ท้ายที่สุด โบรกเกอร์ที่ได้รับการควบคุมจะคุ้มครองลูกค้าอยู่ตลอดเวลาด้วยการมี ‘บัญชีลูกค้าที่แยกต่างหาก’ 'segregated client accounts' บัญชีพิเศษเหล่านี้จะถือครองเงินของลูกค้าแยกจากบัญชีของโบรกเกอร์เอง เพื่อให้แน่ใจได้ว่าโบรกเกอร์จะไม่สามารถใช้เงินของคุณในวัตถุประสงค์อื่น

2. เงื่อนไขการเทรด และประเภทบัญชี
ในกระบวนการการเลือกโบรกเกอร์ก่อนที่คุณจะเริ่มทำการเทรดฟอเร็กซ์ คุณจะต้องพิจารณาเงื่อนไขการเทรด และประเภทบัญชีที่พวกเขานำเสนอ

โดยทั่วไปแล้วประเภทบัญชีที่พร้อมให้บริการจะขึ้นอยู่กับปริมาณซึ่งคุณจะทำการเทรด ล็อตมาตรฐาน คือ 100,000 หน่วยหลัก มินิล็อต คือ 10,000 หน่วยหลัก และไมโครล็อต คือ 1,000

ดังนั้นคุณอาจตัดสินใจเริ่มทำการเทรดฟอเร็กซ์ในวงเงินทุนขนาดจำกัดก่อน บัญชีที่เหมาะสมกับคุณก็เช่น บัญชีคลาสสิก ของเรา จากนั้นค่อยขยายไปสู่ บัญชีที่ใหญ่มากขึ้น เช่น โปร และ วีไอพี ที่พร้อมให้บริการเช่นกัน แต่จะเหมาะสมสำหรับเทรดเดอร์ผู้ต้องการเทรดในปริมาณที่มาก สำหรับการเปรียบเทียบบัญชี โปรดไปที่หน้า ภาพรวมบัญชี เพื่อมาดูกันว่าคุณจะเปิดบัญชีประเภทใดต่อไป

หลังจากเลือกประเภทบัญชีได้แล้ว คุณต้องพิจารณาเงื่อนไขการเทรดที่โบรกเกอร์เสนอให้ เช่น ค่าสเปรด และค่าสวอป ซึ่งเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนของคุณโดยตรง มาร์จิ้น และเลเวอเรจ จะป็นตัวกำหนดวิธีการเทรดของคุณ!

ตอนนี้มาดูเกี่ยวกับประเภทของค่าสเปรดที่พร้อมให้บริการ ซึ่งเรียกกันว่า คงที่ และ ลอยตัว ค่าสเปรดคงที่โดยทั่วไปแล้วจะมีอยู่ที่โบรกเกอร์ซึ่งถูกกำหนดเป็น ‘making the market’ แทนที่จะโอนการเทรดของคุณไปยังตลาดธนาคารโดยตรง พวกเขาจะจับคู่การเทรดอื่น ๆ เป็นการภายในแทน ซึ่งหมายความว่าพวกเขา ‘กำลังทำตลาด’ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงนำเสนอค่าสเปรดคงที่ เพราะมันจะไม่ออกไปสู่ตลาดภายนอก

ในทางตรงกันข้าม โบรกเกอร์บางรายนำเสนอค่าสเปรดลอยตัว ซึ่งการเทรดของคุณจะถูกส่งต่อไปยังผู้ให้บริการสภาพคล่อง ซึ่งหมายความว่าคุณจะรับราคาตลาดด้วยการ ‘เพิ่มราคา’ ซึ่งเป็นวิธีการที่โบรกเกอร์ทำรายได้จากตรงนี้นั่นเอง ค่าสเปรดเหล่านี้มีแนวโน้มลดต่ำลงมากกว่าโบรกเกอร์ที่มี ‘ค่าสเปรดคงที่’

ด้วยเหตุนี้ โบรกเกอร์ที่มีค่าสเปรดลอยตัวจึงมีแรงจูงใจตามปกติเพื่อการแน่ใจได้ว่า ลูกค้าของพวกเขาจะทำการเทรดและสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง มันไม่ใช่ผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของพวกเขาเพื่อเรียกลูกค้าเข้ามา ลูกค้าเสียเงินแล้วจากไป สิ่งคำคัญที่สุดอยู่ตรงนี้เอง!

การใช้งานโบรกเกอร์ซึ่งมีค่าสเปรดลอยตัวมีข้อเสียเช่นกัน ในเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูง ค่าสเปรดก็จะกว้างขึ้น ซึ่งทำบัญชีได้รับผลกระทบจากความสูญเสียที่เพิ่มขึ้นได้
3. ตราสารเพื่อการเทรด
มันคือทั้งหมดทั้งสิ้นเกี่ยวประเภทของเทรดเดอร์ที่คุณต้องการจะเป็น และความยืดหยุ่นที่คุณต้องการ ปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างเมื่อกำลังเลือกโบรกเกอร์คือ ตราสาร ซึ่งพวกเขามีให้ โบรกเกอร์บางรายจะนำเสนอการเข้าถึงเฉพาะคู่ฟอเร็กซ์หลัก ในขณะเดียวกัน บางรายนำเสนอประเภทสินทรัพย์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ฟอเร็กซ์ไปจนถึงเงินดิจิตอล พร้อมด้วย โลหะ หุ้น ดัชนี และพันธบัตรต่าง ๆ!

เมื่อทำการตัดสินใจแบบนี้แล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องมีคือกลยุทธ์การเทรด ซึ่งเป็นตัวกำหนดและเป็นความเข้าใจที่ว่า คุณสามารถเลือกโบรกเกอร์ซึ่งจะให้ทุกสิ่งที่ต้องการได้
4. ความช่วยเหลือในการเทรด
เมื่อคุณพร้อมเพื่อเริ่มทำการเทรด การได้รับความช่วยเหลืออย่างดีก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน จำเป็นต้องพิจารณาว่าคุณไม่ได้อยู่ในประเทศเดียวกันกับโบรกเกอร์ และด้วยเหตุนี้จำเป็นต้องมีการเข้าถึงทีมงานสนับสนุนที่พร้อมให้ความช่วยเหลือแก่คุณในภาษาของคุณเอง

ให้มองหาโบรกเกอร์ที่เสนอความช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง ทุก 5 วัน อย่างน้อยที่สุด เมื่อประสบปัญหา ทีมงานต้องพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที
5. แพลตฟอร์มการเทรด
เราจะพูดถึงรายละเอียดกันในภายหลัง เพื่อให้คุณสามารถเข้าถึงการเทรดฟอเร็กซ์ได้ คุณต้องใช้งานแพลตฟอร์มการเทรดฟอเร็กซ์! ขณะนี้เราขอนำเสนอแพลตฟอร์มที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก นั่นคือ MT4 และ MT5! มันมีเครื่องมือมากมายซึ่งพร้อมใช้งานเพื่อการเทรดอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ความสามารถในการใช้งาน อินดิเคเตอร์ที่กำหนดค่าเอง กราฟ และระการแจ้งเตือน ดังนั้น คุณจะไม่พลาดโอกาสในการเทรดใด ๆ อีกเลย
6. บัญชีเทรด
เราได้สรุปย่อ ๆ ไปก่อนหน้านี้ คุณจำเป็นต้องมีบัญชีเทรดเพื่อเริ่มทำการเทรดฟอเร็กซ์ เพื่อการเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ คุณจะต้องส่งเอกสารบางอย่างเพื่อให้เราสามารถยืนยันได้ว่าคุณเป็นใคร

เราจะแนะนำคุณในขั้นตอนต่าง ๆ เมื่อคุณเข้าสู่ การเปิดบัญชีจริง แต่นี่เป็นเพียงภาพรวม คุณจำเป็นต้องส่งเอกสารการยืนยันตัวตน และหลักฐานของที่อยู่ให้กับเราเพื่อทำการเปิดบัญชีกับเรา
7. วงเงินลงทุน
คุณอาจคิดไว้แล้วว่าคุณจำเป็นต้องทำการลงทุนเพื่อเริ่มทำการเทรดฟอเร็กซ์! เมื่อคุณได้เปิดบัญชีกับเราแล้ว ต่อไปคุณจะต้องฝากเงินโดยการใช้งานหนึ่งใน ช่องทางในการฝากเงิน ที่เรามีพร้อมให้บริการสำหรับลูกค้า สิ่งสำคัญคืออย่าลืมว่าโบรกเกอร์ที่ดีจะมีตัวเลือกให้กับคุณมากมาย

โบรกเกอร์ ฟอเร็กซ์
พวกเขาคือใคร และมีกลไกทำงานอย่างไร

ทุก ๆ วันมีการเทรดหลายล้านล้านดอลลาร์ในตลาดฟอเร็กซ์ จึงทำให้ฟอเร็กซ์เป็นตลาดทางการเงินใหญ่ที่สุดอย่างแท้จริงในแง่ของปริมาณการเทรด อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้พร้อมให้บริการสำหรับกิจการขนาดใหญ่ เช่น ธนาคาร สถาบันการเงิน บริษัทขนาดใหญ่ และกองทุนป้องกันความเสี่ยง แต่ในขณะที่เทคโนโลยีได้รับการพัฒนาขึ้น นักลงทุนรายย่อย เช่น เทรดเดอร์ที่เป็นบุคคลธรรมดา สามารถเข้าถึงตลาดและเป็นเทรดเดอร์รายย่อยได้! สิ่งนี้ทำให้เป็นไปได้ด้วยการมีโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์

ตามที่เราได้กล่าวถึงแล้ว การเทรดฟอเร็กซ์คือการขายสกุลเงินหนึ่งขณะที่กำลังซื้อสกุลเงินอื่น หน้าที่ของโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ก็คือการเชื่อมต่อระหว่างเทรดเดอร์ และผู้ซื้อสกุลเงินที่พวกเขากำลังขายหรือในกรณีตรงกันข้าม ดังนั้น สิ่งที่ทำให้การเทรดของคุณเกิดขึ้นได้ก็คือ การจับคู่การเทรดของคุณกับเทรดเดอร์รายอื่น ของโบรกเกอร์ หรือส่งคำสั่งไปยังตลาดธนาคารกลาง ซึ่งสามารถจับคู่ธุรกรรมที่ตรงกันได้!

หากไม่มี โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ คุณจะไม่สามารถเข้าถึงตลาดธนาคารกลางเนื่องจากต้องพบกับข้อกำหนดเรื่องวงเงินลงทุนขนาดใหญ่ โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์เป็นผู้ที่ทำตามข้อกำหนดดังกล่าวแทนคุณ ทำให้คุณสามารถเทรดกับโบรกเกอร์และรายการธุรกรรมของคุณเข้าสู่ตลาดได้ แม้คุณจะมีวงเงินขนาดเล็กกว่าที่ตลาดธนาคารกลางต้องการก็ตาม

ต้องขอขอบคุณเลเวอรเจ คุณสามารถมีขนาดทุนที่เพิ่มขึ้นได้จากวงเงินลงทุนของคุณเอง มันทำให้คุณทำการเทรดในปริมาณที่มากขึ้นได้ โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์จะเป็นผู้นำเสนอเลเวอเรจเหล่านี้ พวกเขาใช้เงินลงทุนของพวกเขาเองเพื่อเปิดการเทรด ดังนั้น คุณจึงสามารถมีส่วนร่วมในตลาดฟอเร็กซ์ได้!

สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ในการเทรดฟอเร็กซ์ Apps, Platforms และ Websites

ในหมวดนี้เราจะพูดถึงซอฟต์แวร์ต่าง ๆที่พร้อมให้บริการคุณในฐานะเทรดเดอร์ฟอเร็กซ์ อันดับแรกเราจะพูดถึงแอปการเทรดฟอเร็กซ์ที่ใช้งานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดของคุณ จากนั้นเราจะไปที่เรื่องของแพลตฟอร์มการเทรดฟอเร็กซ์ซึ่งคุณจะใช้งานเพื่อการเทรด
และข้อดีบางประการของเว็บไซต์การเทรดฟอเร็กซ์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ และรับข้อมูลทางเศรษฐกิจ

Forex Trading Apps

เมื่อคุณกำลังเริ่มทำการเทรดฟอเร็กซ์คุณจำเป็นต้องมีการเข้าถึงข่าวสารตลาด ข้อมูล การเสนอราคา กราฟ และบัญชีที่พร้อมใช้งานทันที ด้วยความจำเป็นเหล่านี้ จึงมีการพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆขึ้นมาบนแอป เพื่อใช้งานบนอุปกรณ์มือถือของคุณ

เนื่องจากข้อเท็จจริงว่าตลาดฟอเร็กซ์นั้นมีความผันผวนเป็นพิเศษ จากข้อมูลข่าวเศรษฐกิจต่างๆที่สำคัญอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นแอปปฏิทินเศรษฐกิจที่มีการแจ้งเตือนแบบข้อความพุชจึงกลายเป็นเครื่องมือมาตรฐานสำหรับเทรดเดอร์ฟอเร็กซ์ทั่วโลก โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ในขณะนี้ นำเสนอลูกค้าในการเข้าถึงแอปมือถือ ซึ่งลูกค้าสามารถเข้าถึงบัญชีได้จากทุกที่ เพื่อมั่นใจได้ว่าลูกค้าสามารถกระโดดเข้าคว้าโอกาส หรือออกจากการเทรดตามที่พวกเขาต้องการได้ทุกเมื่อ

หนึ่งในแอปการเทรดฟอเร็กซ์ที่ใช้งานปกติคือ NetDania มันได้รับความนิยมแพร่หลายในด้านการเข้าถึงอัตราธนาคารกลางฟอเร็กซ์ การเสนอราคาตามเวลาจริงของหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ พร้อมด้วยข้อมูลของตราสารทางการเงินมากกว่า
20,000 รายการ!

มันมีแม้แต่การสตรีมสดของกราฟและข่าวสารตลาดล่าสุด ขณะเดียวกันเทรดเดอร์ก็สามารถตั้งราคาของการแจ้งเตือนเส้นแนวโน้มเพื่อการยังคงการได้เปรียบในตลาดได้ แอปการเทรดฟอเร็กซ์อีกหนึ่งตัวที่เป็นที่นิยมคือ Trade Interceptor

พร้อมใช้งานบนอุปกรณ์ iPhone และ Android มีออปชั่นมากกว่าสำหรับเทรดเดอร์ เพื่อการเข้าถึงเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค และอินดิเคเตอร์กราฟทางเทคนิค คุณจะรับการเข้าถึงราคาแบบสด กราฟ และความสามารถในการตั้งค่าการแจ้งเตือนระดับราคา การแถลงข่าวสาร และกิจกรรมปฏิทินเศรษฐกิจได้
สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ในการเทรดฟอเร็กซ์ Apps, Platforms และ Websites
สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ในการเทรดฟอเร็กซ์ Apps, Platforms และ Websites

แพลตฟอร์มการเทรด FX

แพลตฟอร์มการเทรด FX คืออินเทอร์เฟซซอฟต์แวร์ซึ่งเทรดเดอร์ forex สามารถซื้อหรือขายสกุลเงินออนไลน์ได้ พวกเขาสามารถออนไลน์ บนมือถือ หรืออุปกรณ์อื่นที่ติดตั้งในแบบดาวน์โหลด และจัดเตรียมอินเทอร์เฟซที่คุณสามารถเข้าถึงตลาดเพื่อซื้อขายได้

ในบางกรณี แพลตฟอร์มการเทรด fx เหล่านี้อาจได้รับการพัฒนาโดยโบรกเกอร์ของคุณ อย่างไรก็ตาม แพลตฟอร์มที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุดสำหรับการซื้อขาย Forex คือ MetaTrader 4 หรือ MT4 โดยสรุปแบบสั้นๆ โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์เกือบทั้งหมดในโลกจะให้คุณเข้าถึงแพลตฟอร์มการซื้อขายฟอเร็กซ์ออนไลน์นี้ และสามารถย้ายการเทรดไปยังอุปกรณ์ทั้งหมดของคุณได้ ในฐานะโปรแกรมที่ทำงานบน Windows และใช้งานได้ดีบนอุปกรณ์ Android ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม คุณยังสามารถดาวน์โหลด MT4 สำหรับ Mac ได้อีกด้วย!

เรามีหน้า MT4 เฉพาะให้เลือก ดังนั้น สำหรับข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับ MT4 นี่คือลิงค์ที่มีประโยชน์:

เว็บไซต์เทรดฟอเร็กซ์

ตามที่คุณได้อ่านมา มีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับการซื้อขายฟอเร็กซ์ออนไลน์ ดังนั้น คุณจะทราบได้อย่างไรว่าแหล่งข้อมูลใดที่เชื่อถือได้และมีประโยชน์สำหรับอาชีพการเทรดของคุณ?

ดังที่เราได้อธิบายไปแล้วว่าการศึกษามีความสำคัญสูงสุดเมื่อคุณเริ่มทำการซื้อขาย ดังนั้น เราขอแนะนำเว็บไซต์อย่าง Baby Pips ซึ่งมี 'School of Pipsology' ทั้งหมดที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณเรียนรู้ศิลปะของการซื้อขายฟอเร็กซ์

เว็บไซต์ซื้อขายฟอเร็กซ์อื่น ๆ ที่มีให้บริการคือเว็บไซต์ที่ให้ข่าวสารและข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดฟอเร็กซ์แก่คุณ บล็อกของเราให้ข้อมูลประเภทนี้รวมถึงไซต์เช่น Bloomberg และ Reuters ซึ่งมีข้อมูลจำนวนมาก
สิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ในการเทรดฟอเร็กซ์ Apps, Platforms และ Websites

ตลาดฟอเร็กซ์: ช่วงเวลาการเทรด

เมื่อคุณเริ่มทำการซื้อขาย คุณอาจถามตัวเองก่อนว่า 'ตลาดฟอเร็กซ์จะเปิดเมื่อไหร่' ?

มี 4 ช่วงการซื้อขายแยกกันในตลาดฟอเร็กซ์: ซิดนีย์ โตเกียว ลอนดอน และนิวยอร์ก แต่ละช่วงและหมายความว่าตลาด forex เปิดในเช้าวันจันทร์และปิดในคืนวันศุกร์!

ดูภาพด้านล่างเพื่อดูว่าระยะเวลาของตลาด FX ทำงานอย่างไร
GMT TIME
หมายเหตุ: ชั่วโมงการซื้อขายอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ผู้ให้บริการสภาพคล่องอาจปรับกำหนดการซื้อขายตามความจำเป็น ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด
คุณอาจพบว่ามีการทับซ้อนกันระหว่างเซสชัน ตัวอย่างเช่น เวลา 7.00 น. (GMT) เซสชั่นที่โตเกียวและลอนดอนเปิดอยู่ นี่คือสิ่งที่ทำให้แน่ใจว่าตลาด Forex ให้เทรดเดอร์สามารถเข้าถึงการซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 5 วันต่อสัปดาห์ (ตลาดปิดในช่วงสุดสัปดาห์)

ฟอเร็กซ์ ในนามของการลงทุน

นักลงทุนในปัจจุบันสามารถเข้าถึงชุดเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลายเพื่อกระจายพอร์ตการลงทุนของตน การขยายหุ้นของบริษัทบลูชิปและหุ้นไปสู่การลงทุนในฟอเร็กซ์ โอกาสไม่มีที่สิ้นสุด อย่างไรก็ตาม คุณจะตัดสินใจอย่างไรว่าต้องการลงทุน Forex หรือลงทุนในที่อื่น?

ปัจจัยสำคัญบางประการที่ควรพิจารณาคือการยอมรับความเสี่ยงและรูปแบบการซื้อขายของคุณ ตัวอย่างเช่น เทรดเดอร์ที่ต้องการลงทุนระยะยาวในช่วงหลายปีจะเหมาะกับหุ้นมากกว่า ในขณะที่ผู้ที่มีความสนใจในการลงทุนระยะสั้นที่มีความเสี่ยงสูงอาจมีความเหมาะสมกับการลงทุน Forex มากกว่า

วิธีการ เรียนรู้การเทรดฟอเร็กซ์

มันคงเป็นไปไม่ได้ หากเราจะสรุปแค่ว่ามีหนทางเดียวที่จะเรียนรู้การซื้อขายฟอเร็กซ์ อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ที่เริ่มต้นเส้นทางการเรียนรู้เพื่อการเป็นเทรดเดอร์มักจะใช้วิธีใดวิธีหนึ่งดังต่อไปนี้:
ฟอเร็กซ์
เรียนออนไลน์ คู่่มือ, ข้อมูล, และ งานวิจัย
ฟอเร็กซ์
เรียนรู้จาก ผู้ให้คำแนะนำ และ ออนไลน์คอร์ส
ฟอเร็กซ์
เลียนแบบ เทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ
ฟอเร็กซ์
เรียนรู้จากการปฎิบัติ และจากความผิดพลาด
ก่อนอื่นมาบอกว่าเราไม่แนะนำวิธีที่ 4 ด้วยบัญชีจริง!การเริ่มต้นเรียนรู้การซื้อขายฟอเร็กซ์เป็นงานที่ต้องใช้เวลามากและในขณะเดียวกันกับที่คุณกำลังเสี่ยงกับเงินของคุณเอง

เราขอแนะนำให้เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ก่อนที่จะเริ่มทำการซื้อขาย ด้วยเหตุนี้ มาดูสามวิธีแรกในการเรียนรู้การเทรดฟอเร็กซ์

การเรียนรู้ออนไลน์เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการฝึกฝนทักษะเฉพาะ และด้วยข้อมูลออนไลน์มากมาย การเรียนรู้เพื่อเทรดฟอเร็กซ์ ก็ไม่ต่างกัน เมื่อคุณตัดสินใจที่จะเริ่มเรียนรู้ฟอเร็กซ์ คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณกำลังใช้โบรกเกอร์ที่นำเสนอสื่อการศึกษาที่หลากหลายแก่ลูกค้าของพวกเขา ข้อมูลนี้อาจอยู่ในรูปแบบของ eBooks, educational videos, online articles หรือ webinars, ซึ่งคุณสามารถถามคำถาม (โดยปกติอยู่ที่ตอนท้าย) เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจหัวข้อนี้ครบถ้วน

วิธีการเรียนรู้นี้ช่วยให้คุณทำตามที่คุณต้องการ เพื่อขยายความรู้ของคุณไปยังพื้นที่ที่คุณต้องการพัฒนาและเข้าถึงข้อมูลที่อาจไม่พร้อมใช้งานสำหรับทุกคนทางออนไลน์

หากคุณกำลังมองหาวิธีการที่มีแบบแผนมากขึ้นในการเรียนรู้การซื้อขายฟอเร็กซ์ คุณอาจจะอยากเรียนหลักสูตรออนไลน์หรือร่วมงานกับที่ปรึกษา โบรกเกอร์ที่ดีจะเสนอตัวเลือกนี้ด้วย เนื่องจากพวกเขาอยู่ในฐานะที่จะทำงานร่วมกับวิทยากรที่หลากหลายซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจมากขึ้น ตัวอย่างเช่น Tickmill เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เข้าร่วมสัมมนาแบบตัวต่อตัว ซึ่งคุณสามารถดูได้ที่นี่.

อย่างที่คุณอาจทราบแล้ว มีเทรดเดอร์หลายล้านรายทั่วโลกที่มีความรู้และประสบการณ์ในการซื้อขายฟอเร็กซ์อยู่แล้ว ดังนั้น ผู้ที่ต้องการเรียนรู้การเทรดฟอเร็กซ์ สามารถคัดลอกเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้วได้. อีกครั้ง โบรกเกอร์ส่วนใหญ่เสนอสิ่งนี้ให้กับลูกค้าของพวกเขา และมักจะมีผู้ค้าที่แตกต่างกันมากมายให้คัดลอก คุณสามารถใช้หลากหลายแพลตฟอร์มเพื่อทำสิ่งนี้

ดังที่เราได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ เราไม่แนะนำให้กระโดดเข้าสู่การซื้อขายในบัญชีจริง อย่างไรก็ตาม ด้วยการใช้บัญชีทดลอง คุณสามารถซื้อขายและเรียนรู้โดยไม่มีความเสี่ยงต่อเงินทุนของคุณ! บัญชีทดลอง เป็นเพียงบัญชีกับโบรกเกอร์ที่เลียนแบบเงื่อนไขการซื้อขายจริง คุณจะสามารถเห็นราคาที่โบรกเกอร์เสนอให้ ตรวจสอบว่าการดำเนินการของพวกเขาเร็วแค่ไหน และทดสอบหรือปรับปรุงกลยุทธ์ของคุณบนพื้นฐานที่ปราศจากความเสี่ยงโดยสิ้นเชิง เราขอแนะนำให้คุณทดสอบตัวเองก่อนทำการซื้อขายด้วยบัญชีจริง

เมื่อคุณตัดสินใจเกี่ยวกับวิธีการเรียนรู้แล้ว สิ่งสำคัญคือต้องเรียนรู้เกี่ยวกับสกุลเงินที่คุณจะซื้อขาย เทรดเดอร์หน้าใหม่มักจะกระโดดตรงๆ เข้าสู่การซื้อขายตราสารต่างๆ โดยไม่ต้องเรียนรู้ก่อนถึงสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อราคาและตลาดโดยรวม

การทำความเข้าใจว่าเครื่องมือที่คุณซื้อขายจะมีผลกระทบอย่างมากต่อความสำเร็จของคุณในฐานะเทรดเดอร์อย่างไร ตัวอย่างเช่น สมมติว่าคุณระบุสกุลเงินที่คุณเห็นว่าราคาลดลงอย่างมากในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ด้วยการใช้ความรู้ของคุณในการวิเคราะห์ทางเทคนิค คุณระบุได้ว่ามีแนวโน้มที่จะเด้งกลับ ดังนั้นคุณจึงพยายาม 'จับจุดต่ำสุด' อย่างไรก็ตาม หากคุณทำการวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับสกุลเงิน คุณจะเห็นว่ารายงานการจ้างงานในประเทศนั้นไม่ดีมาเป็นเวลาสองสามเดือนแล้ว ซึ่งหมายความว่าสกุลเงินนั้นไม่น่าจะมีการตีกลับอย่างมีนัยสำคัญ หากคุณไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสกุลเงิน คุณอาจพบว่าคุณทำผิดพลาดในการซื้อขายซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยการวิจัยเพียงเล็กน้อย!

สุดท้ายนี้ สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่ต้องพูดถึงเมื่อเรียนรู้การซื้อขายฟอเร็กซ์คือการจัดการความเสี่ยงและอารมณ์ ลองนึกภาพว่าตัวเองจำเป็นต้องทำการตัดสินใจที่สำคัญภายใต้เงื่อนไขสองประการที่แตกต่างกัน:
ฟอเร็กซ์
Bill - สงบ ผ่อนคลาย และมีสมาธิ
ฟอเร็กซ์
Bob - โกรธ เครียด และฟุ้งซ่าน
หากคุณเป็นเหมือน Bill คุณมักจะพิจารณาตัวเลือกทั้งหมดที่มีให้คุณ ในขณะที่สามารถประเมินความเสี่ยงทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการเทรดของคุณได้ อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นเหมือน Bob คุณมีแนวโน้มที่จะทำผิดพลาดซึ่งอาจทำให้กลยุทธ์และยอดเงินในบัญชีของคุณมีค่าใช้จ่ายสูง จัดการอารมณ์ของคุณ... เป็นเหมือนบิล อย่าเป็นเหมือนบ๊อบ!

เพื่อให้แน่ใจว่าคุณสามารถเป็นเหมือน Bill ได้ คุณควรเข้าสู่การซื้อขายด้วยตรรกะมากกว่าความตื่นเต้น ความกลัว หรือความโลภ หากคุณรู้สึกมีอารมณ์ต่อการซื้อขาย ให้หยุด ประเมินว่าทำไมคุณถึงต้องการเทรด และพยายามตั้งเป้าหมายเพื่อกำหนดกรอบความคิดของคุณใหม่

ตัวอย่างของ กลยุทธ์การเทรดฟอเร็กซ์

เมื่อคุณเริ่มตัดสินใจเลือกกลยุทธ์การซื้อขายฟอเร็กซ์ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจวิธีที่ดีที่สุดในการเลือกกลยุทธ์ มีสามส่วนหลักที่คุณควรพิจารณา:
กรอบเวลา
การเลือกกรอบเวลาให้เหมาะกับสไตล์ของคุณเป็นสิ่งสำคัญมาก ตัวอย่างเช่น ความแตกต่างระหว่างแผนภูมิ 15 นาทีและแผนภูมิรายสัปดาห์สำหรับเทรดเดอร์นั้นยิ่งใหญ่มาก! หากคุณเหมาะสมกับการเป็น Scalper หรือเทรดเดอร์ที่ได้รับประโยชน์จากการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยในตลาด คุณควรดูกรอบเวลาระหว่าง 1 ถึง 15 นาที เปรียบเทียบกับ เดย์เทรด หรือสวิงเทรดที่มักจะใช้กรอบเวลาที่ยาวกว่าเช่นแผนภูมิ 4 ชั่วโมง ดังนั้น ในการตัดสินใจ คุณจะต้องถามตัวเองว่า "ฉันต้องการให้การซื้อขายของฉันเปิดอยู่นานแค่ไหน"
ความถี่ของโอกาสในการซื้อขาย
คำถามต่อไปที่คุณควรถามตัวเองคือ "ฉันต้องการเปิดและปิดการซื้อขายกี่ครั้ง" หากคุณต้องการเปิดการซื้อขายจำนวนมากขึ้น คุณน่าจะเหมาะกับการ scalping ซึ่งคุณจะเปิดการซื้อขายขนาดเล็กที่มีความถี่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์บางรายจะใช้เวลาอย่างมากในการวิเคราะห์ข้อมูลทางเศรษฐกิจและรายงานเศรษฐกิจมหภาค สิ่งนี้จะช่วยเสริมแนวทางการวิเคราะห์พื้นฐานของพวกเขา อย่างไรก็ตาม พวกเขามักจะใช้เวลาน้อยลงในการวิเคราะห์แผนภูมิ หากคุณกำลังจะใช้แนวทางนี้ บางทีกลยุทธ์การซื้อขายที่ใช้กรอบเวลาที่ยาวขึ้นและขนาดออเดอร์ที่ใหญ่ขึ้นอาจเหมาะกับคุณมากกว่า
ขนาดของการเทรด
คำถามสุดท้ายและสำคัญที่สุดที่คุณจะถามตัวเองก็คือ "ฉันอยากให้คำสั่งเทรดของฉันมีขนาดการเทรดใหญ่แค่ไหน"

เมื่อตัดสินใจว่าจะใช้กลยุทธ์ใด คุณจะต้องมีความเข้าใจถึงความเสี่ยงที่คุณต้องการรับในขณะทำการซื้อขาย การเทรดที่ใหญ่ขึ้นมักจะนำไปสู่ความเสี่ยงที่มากขึ้นและอาจขาดทุนมากขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าคุณสามารถจัดการความเสี่ยงของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณจะต้องคำนวณความเสี่ยงที่คุณต้องการสำหรับการซื้อขายแต่ละครั้ง เทรดเดอร์บางรายมีแนวโน้มที่จะจำกัดความเสี่ยง 1% ในแต่ละการซื้อขาย หมายความว่าพวกเขาเต็มใจที่จะเสี่ยงเพียง 1% ของบัญชีของพวกเขาในการซื้อขาย 1 ครั้ง

ตัวอย่างเช่น คุณมีเงิน $10,000 ในบัญชีของคุณ หากคุณตั้งขีดจำกัดความเสี่ยงไว้ที่ 1% คุณก็จะเปิดการซื้อขายที่ 100 ดอลลาร์ในแต่ละครั้งเท่านั้น ตามกฎทั่วไป หากคุณกำลังจะเปิดการซื้อขายที่มีจำนวนน้อยลง ขนาดของการเทรดควรจะใหญ่กว่า เช่นเดียวกันในทางกลับกัน
ตอนนี้คุณเข้าใจวิธีตัดสินใจว่ากลยุทธ์การซื้อขายใดที่คุณต้องการใช้แล้ว มาดูกลยุทธ์ทั่วไปบางส่วนที่ใช้กัน
Day Trading
ตามชื่อที่บอกไว้ Day trading หรือการเทรดระหว่างวัน จะดำเนินการอย่างเคร่งครัดภายในวันซื้อขายเดียวกัน ซึ่งหมายความว่าคำสั่งเทรดทั้งหมดที่คุณเปิดจะถูกปิดก่อนที่ตลาดจะปิดเมื่อสิ้นสุดวันนั้น กรอบเวลาที่ผู้ค้ามักจะใช้จะมีตั้งแต่ระยะสั้นจริงๆ (ภายในไม่กี่นาที) หรือในช่วงไม่กี่ชั่วโมง

ประเภทของเทรดเดอร์ที่ทำการเทรดฟอเร็กซ์ระหว่างวัน มักจะมุ่งเน้นไปที่เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับข่าว ตัวอย่างเช่น พวกเขาจะจับตาดูข่าวเศรษฐกิจ เช่น อัตราดอกเบี้ย การเผยแพร่ GDP การเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น และกิจกรรมอื่นๆ ที่มีแนวโน้มว่าจะมีผลกระทบอย่างมากต่อตลาด
ตามกฎทั่วไป บรรดาผู้ที่เลือกใช้กลยุทธ์ Day trading forex จะมองจังหวะเปิดสถานะการเทรด เมื่อราคาทะลุผ่าน EMA 8 ช่วง ในทิศทางเดียวกับแนวโน้ม ส่วนการปิดสถานะ มักจะตัดสินใจโดยใช้อัตราส่วนความเสี่ยง/ผลตอบแทน 1:1
  • คุณจะพบโอกาสมากมายที่มีให้
  • ควบคุมความเสี่ยงด้วย risk to reward ratio
  • คุณต้องการเวลามากสำหรับกลยุทธ์นี้
  • ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคอย่างมาก
Hedging Forex Strategy
กลยุทธ์นี้มักใช้ร่วมกับสินทรัพย์อื่นๆ ดังนั้น โดยพื้นฐานแล้ว เทรดเดอร์จะใช้ฟอเร็กซ์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการเทรดตราสารในสินทรัพย์ประเภทอื่นหรือสำหรับสถานะการเทรดฟอเร็กซ์อื่นๆ มี 2 วิธีที่คุณสามารถทำได้

1. ฟอเร็กซ์เทรดเดอร์ ใช้ 'hedge' เพื่อปกป้องความเสี่ยงจากคำสั่งเทรดที่มีอยู่แล้วโดยราคาเคลื่อนไหวในทิศทางตรงข้าม สิ่งที่พวกเขาจะทำคือถือทั้งสถานะ 'long' และ 'short' ในเวลาเดียวกันโดยใช้คู่สกุลเงินเดียวกัน หรือที่เรียกว่า 'perfect hedge' วิธีการนี้ช่วยขจัดความเสี่ยงจากคำสั่งเทรดที่เปิดอยู่ได้ แล้วเมื่อตลาดเริ่มเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ตรงกับเป้าหมายของแผน พวกเขาจึงค่อยปิดคำสั่งเทรดที่ทำหน้าที่จำกัด-ควบคุมความเสี่ยงออกไป
2. ในวิธีนี้เป็นการใช้ hedging บางส่วน โดยเทรดเดอร์จะเปิด 'hedge' ซึ่งมีขนาด ไม่เท่ากับคำสั่งซื้อขายที่เปิดไว้ก่อนหน้านั้น วิธีนี้เรียกอีกอย่างว่า 'imperfect hedge', วิธีนี้ทำได้โดยเมื่อเทรดเดอร์เปิดคำสั่ง Long สถานะการเทรดในฟอเร็กซ์ จากนั้นไปทำการ Buy put option ในตราสารเดียวกัน ซึ่งหมายถึงเป็นการซื้อประกันความเสี่ยงด้วยเงินเพียงบางส่วนของที่ใช้กับการ Long ตราสารฟอเร็กซ์
Scalping
สามารถอธิบายได้แบบง่ายๆคือ เป็นวิธีการเทรดที่จะรับผลกำไรระยะสั้น แต่เทรดจำนวนครั้งสูง ด้วยขนาดที่เล็ก เป็นกลยุทธ์ที่ดำเนินการในกรอบเวลาที่สั้นมาก สามารถทำได้ด้วยตนเองหรือใช้โปรแกรมอัลกอริธึม เช่น expert advisor โดยอัตโนมัติ

โดยทั่วไป scalpers จะเทรดในกรอบเวลาระหว่าง 1 ถึง 3 นาที อันดับแรกพวกเขาจะตั้งเป้าหมายเพื่อระบุแนวโน้มของตลาดโดยใช้อินดิเคเตอร์เช่นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ ที่จะพิจารณาประกอบโดยมองในกรอบเวลาที่ใหญ่ขึ้นเพื่อให้มั่นใจในทิศทางของตลาดมากขึ้น จากนั้นจึงทำการ เทรดโดยพิจารณา แนวรับและแนวต้าน

เทรดเดอร์จะวางจุด Stop loss ด้วยระยะสั้นไม่กี่จุดเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาสามารถป้องกันตัวเองจากการเคลื่อนไหวขนาดใหญ่ในตลาด จากนั้นพวกเขาจะทำเช่นนี้หลายครั้งเพื่อให้กำไรเล็กน้อยที่สะสมจากการซื้อขายแต่ละครั้งจะเพิ่มขึ้นตลอดทั้งวัน

กระบวนการที่เราได้เรียนรู้ข้างต้นยังสามารถทำงานอัตโนมัติได้อย่างเต็มที่โดยใช้ expert advisor ซึ่งไม่เพียงแต่จะลดเรื่องของจุดอ่อนในด้านอารมณ์ของการซื้อขาย แต่ยังมีแนวโน้มที่จะดำเนินการด้วยความเร็วที่สูงกว่ามากอีกด้วย ทำให้ Scalper ได้กำไรมากขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ
  • คุณจะมีโอกาสในการซื้อขายมากมาย
  • ใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคอย่างมาก
  • คุณต้องการเวลามากสำหรับกลยุทธ์นี้ หากคุณเทรดด้วยตนเอง
  • คุณค้องการอัตราส่วน risk:reward ratio ต่ำ
  • มีขั้นตอนหลายขั้นตอนที่ต้องการการวิเคราะห์ และคุณต้องใช้เวลาในการเตรียมตัว
ตอนนี้ เราได้ทำความเข้าใจกลยุทธ์ถึง2-3 รูปแบบแล้ว ด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ทั้งหมดที่มีให้ใช้ซื้อขาย ในกรอบเวลาที่แตกต่าง และสไตล์ที่แตกต่างกัน คุณจะเห็นว่ามีกลยุทธ์การซื้อขายหลายประเภทให้เลือก ในกราฟด้านล่าง คุณสามารถดูข้อมูลบางส่วนที่มีอยู่และทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการแต่ละอย่างในบล็อกของเราได้มากขึ้น
ตัวอย่างของ กลยุทธ์การเทรดฟอเร็กซ์

คำถามที่พบบ่อย: คุณสามารถทำเงินจากการซื้อขาย ฟอเร็กซ์ได้จริงหรือ?

ในฐานะโบรกเกอร์ เรามักจะตอบคำถามด้วยคำถาม คุณยินดีที่จะอุทิศเวลาให้กับสิ่งที่จะทำได้มากแค่ไหน? การเทรดฟอเร็กซ์สามารถถูกบิดเบือนได้ว่าเป็นวิธีที่ง่ายในการหาเงิน อย่างไรก็ตาม นี่ยังห่างไกลจากความจริง เช่นเดียวกับการลงทุนส่วนใหญ่ คุณจะต้องมีความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการซื้อขาย สิ่งที่คุณต้องการในการซื้อขาย และที่ที่จะทำเช่นนั้น

เราหวังว่าคำแนะนำของเราจะให้ข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับข้างต้นแก่คุณ แต่เรารู้ว่าในสภาพแวดล้อมการซื้อขายฟอเร็กซ์แบบไดนามิก คุณสามารถปรับปรุงและเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอดเวลา ดังนั้น หากคุณต้องการเพิ่มพูนความรู้ เราขอแนะนำว่าการอุทิศตนและการศึกษาจะเป็นเส้นทางที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเพื่อให้แน่ใจว่าคุณตระหนักถึงความเสี่ยงทั้งหมดของการซื้อขาย

หากคุณมีคำถามเพิ่มเติม อย่าลังเลที่จะติดต่อและพูดคุยกับคนในทีมของเรา!